Blognone
Twitter เริ่มทดสอบฟีเจอร์ Location บนหน้าเว็บเช่นกัน คาดเปิดตัวเร็วๆ นี้
ในวันเดียวกับที่มีข่าวว่า Facebook จะเปิดบริการ Location ในเดือนเมษายน ทางฝั่ง Twitter ก็ได้ทดสอบฟีเจอร์ Location บนหน้าเว็บของตัวเองเป็นการชั่วคราว ก่อนจะเอาลงในเวลาต่อมา
ฟีเจอร์ Location ของ Twitter เป็นข่าวมาตั้งแต่ช่วงกลางปีที่แล้ว (Twitter เตรียมเปิด Location API) ซึ่งมันกลายเป็นความจริงเมื่อเดือนพฤศจิกายน (Twitter เปิดฟีเจอร์ Geotagging API แล้ว) เพียงแต่ Twitter เปิดเฉพาะ API ให้โปรแกรมภายนอกเรียกใช้เท่านั้น แต่หน้าเว็บของ Twitter เองยังไม่รองรับฟีเจอร์ส่วนนี้ จนกระทั่งมีข่าวในวันนี้ (ภาพตัวอย่างดูได้ด้านใน)
เว็บไซต์ TechCrunch คาดว่า Twitter จะเปิดตัวฟีเจอร์ Location ในเร็วๆ นี้ โดยอาจใช้เวทีงาน SXSW ในสัปดาห์หน้า หรืองานสัมมนา Chirp ซึ่งเป็นงานสัมมนาครั้งแรกของบริษัท โดยจะจัดช่วงสงกรานต์ ก่อนหน้างาน f8 ของ Facebook หนึ่งสัปดาห์
ที่มา - TechCrunch
Facebook จะเปิดบริการ Location ในเดือนเมษายน
จากข่าวลือที่ออกมาก่อนหน้านี้ Facebook เตรียมเปิดบริการ Check-in แบบเดียวกับ Foursquare หนังสือพิมพ์ The New York Times ได้อ้างแหล่งข่าวภายในว่า Facebook จะเปิดตัวบริการนี้ในงานสัมมนา f8 ของบริษัทเอง ซึ่งจะจัดในเดือนเมษายน
บริการนี้จะมีทั้งอินเทอร์เฟซบนหน้าเว็บของ Facebook ให้ผู้ใช้ส่งข้อมูลพิกัดของตัวเองออกไปกับ status update และมี API ให้โปรแกรมภายนอกอื่นๆ ได้เรียกใช้
Facebook ซุ่มทำโครงการนี้มาประมาณหนึ่งปีแล้ว และได้เตรียมความพร้อมไว้หลายอย่างแล้ว เช่น ปรับนโยบายด้านความเป็นส่วนตัว ว่าจะจัดการกับข้อมูลพิกัดอย่างไร เพื่อลดปัญหาการถูกฟ้องร้องในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว
ที่มา - New York Times
ไมโครซอฟท์เริ่มเปลี่ยนหน้าเว็บ MSN.com โฉมใหม่
จากข่าว มาแล้วโลโก้ใหม่ของ MSN เวอร์ชันสี่สี และ MSN.com โฉมใหม่ มี Facebook/Twitter ในตัว ตอนนี้ไมโครซอฟท์เริ่มปรับโฉม MSN.com ให้กับผู้ใช้บางส่วนเห็นแล้ว
เว็บโฉมใหม่เป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญของ MSN.com ในรอบสิบปี มีทั้งโลโก้ใหม่, หน้าตาสะอาดสะอ้านมากขึ้น, การเชื่อมกับ Facebook/Twitter/Bing, ข่าวท้องถิ่น (เฉพาะในสหรัฐ) เป็นต้น
ผู้สนใจสามารถดูหน้าเว็บใหม่ได้จาก หน้าพรีวิวของ MSN
ที่มา - Ars Technica
Cisco CRS-3 เราเตอร์เทพที่ส่งข้อมูลได้ 322 tbps
Cisco เปิดตัวเราเตอร์ตัวท็อปรุ่นใหม่ CRS-3 ในตระกูล Carrier Routing System (CRS) ซึ่งมีอัตราการส่งข้อมูลสูงถึง 322 Terabit ต่อวินาที
เจ้า CRS-3 ตัวนี้เร็วกว่าเราเตอร์ตัวท็อปของ Cisco รุ่นก่อนหน้าคือ CRS-1 ถึง 3 เท่าตัว และ Cisco บอกว่ามันเร็วกว่าเราเตอร์คู่แข่งถึง 12 เท่า Cisco เปรียบเปรยความเร็วของมันว่า สามารถดาวน์โหลดหนังสือทั้งหมดจากห้องสมุดของสภาคองเกรสสหรัฐได้ภายใน 1 วินาที, รองรับให้คนจีนทั้งหมดคุย video call พร้อมกันได้ และส่งข้อมูลภาพยนตร์ทั้งหมดที่เคยสร้างขึ้นมาภายใน 4 นาที
Cisco โฆษณาว่า CRS-3 ออกแบบมารองรับอินเทอร์เน็ตที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และช่วย ISP ลดค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟ และการบำรุงรักษาได้มาก
ที่มา - Cisco
Firefox เริ่มแยกโพรเซสของปลั๊กอินออกจากเบราว์เซอร์
ก่อนหน้านี้ Blognone เคยเสนอข่าว Namoroka แผนการขั้นถัดไปของ Firefox หลัง 3.5 ซึ่งพูดถึง "Electrolysis หรือเทคโนโลยี process isolation แบบเดียวกับที่ Chrome มี นั่นคือแยกการทำงานของแต่ละโพรเซสเป็นอิสระจากกัน" ตอนนี้ทาง Mozilla เริ่มทดสอบ Electrolysis ใน Firefox 3.7 Alpha 2 รุ่นทดสอบแล้ว
ในเบื้องต้นนั้น การแยกโพรเซสจะเริ่มจากโพรเซสของปลั๊กอิน ออกจากโพรเซสของเบราว์เซอร์ก่อน หลังจากนั้นในระยะถัดไปค่อยแยกโพรเซสของแต่ละแท็บออกจากกัน (แบบ Chrome) ดังนั้นถ้าเกิดว่าปลั๊กอินอย่าง Flash มีปัญหาแครช เบราว์เซอร์จะไม่พังไปด้วยเหมือนที่แล้วๆ มา
ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Firefox 3.7 Alpha 2 มาทดสอบกับ Flash Crash Demo จะพบว่าโพรเซสของ Flash ทั้งหมดที่เปิดอยู่จะถูกแทนที่ด้วยข้อความแสดงปัญหา แต่เบราว์เซอร์ รวมถึงโพรเซสของปลั๊กอินตัวอื่นๆ (เช่น Silverlight/QuickTime) จะยังอยู่
นอกจากนี้ในเอนจิน Gecko 1.9.3 Alpha 2 ยังปรับปรุงด้านการเรนเดอร์หน้าเว็บอีกหลายอย่าง เช่น WebGL และปรับปรุงประสิทธิภาพของจาวาสคริปต์
ที่มา - Mozilla Developer Blog, Ars Technica
HP กับ Adobe โชว์ความคืบหน้าการทำงานของ Flash บน HP Slate
ในขณะที่ iPad ของ Steve Jobs กำลังเข้าแถวในสายการจัดส่งไปยังกลุ่มลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศอเมริกาให้ทันวันที่ 4 เมษายนนี้ HP และ Adobe ต่างก็ไม่นอนเกาพุงอยู่เฉยๆ เริ่มส่งวิดีโอคลิปเพื่อแสดงการสาธิต "HP Slate" ตัวต้นแบบในการแสดงผลทั้ง Flash Player 10.1 และ Adobe AIR มาให้พวกเราได้ชมกัน
วิดีโอและรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ด้านในครับ
รายละเอียดสำคัญที่สังเกตได้มีดังนี้ครับ
- การเล่นวิดีโอมีความลื่นไหล แต่สังเกตบางช่วงว่าภาพหน่วงเล็กน้อย
- การเล่นเกมผ่านเวบทำได้ดี แต่ถ้าสังเกตจะเห็นว่าบางช่วงภาพจะหน่วง อาจะเป็นที่การสร้างตัวเกมไม่ได้ปรับแต่งมาดี
- ตัวอุปกรณ์ดูหนากว่า iPad
- มือที่ถือตัว Slate ในเดโมนิ่งมากครับ นิ่งจริงๆ
อย่างนี้ต้องรอ spec และราคาที่แน่ชัดกันก่อนล่ะครับ แต่ส่วนตัวตอนนี้ผมเทคะแนนไป HP Slate เยอะหน่อย :)
ที่มา - Adobe AIR Team Blog
รีวิว HTC Legend
หลายคนอาจสนใจ HTC Legend มือถือ Aluminum Unibody ซึ่งเป็นผู้สืบทอดตระกูลของ HTC Hero แถมราคา (น่าจะ) ถูกกว่า HTC Desire ที่วางไว้ระดับเดียวกับ Nexus One
ตอนนี้ Legend ยังไม่วางจำหน่าย แต่ Gizmodo มีริวิวออกมาแล้วครับ
ใจความแบบสรุปๆ
- ฮาร์ดแวร์ ปรับปรุงสเปกขึ้นจาก Hero ไม่มาก แต่ดันปรับปรุงแต่ในจุดสำคัญ เช่น เปลี่ยนจอเป็น AMOLED และปรับความละเอียดของจอเป็น HVGA, กล้อง 5.0 MP เท่าเดิม แต่มีแฟลชเพิ่มเข้ามา, ปรับซีพียูให้เร็วขึ้นเล็กน้อยเป็น 600 MHz
- การอัพเกรดระบบปฏิบัติการจาก Android 1.6 เป็น 2.0 ทำให้ระบบรวดเร็วขึ้นมาก
- คุณภาพของการผลิตนั้น Gizmodo บอกว่า "เป็นมือถือที่ผลิตได้ดีที่สุดเท่าที่เคยทดลองใช้"
- แม้ตัวเครื่องจะเป็นอลูมิเนียม แต่หัวและท้ายของเครื่องทำด้วยยาง (สำหรับเปลี่ยนแบตเตอรี่, microSD และซิมการ์ด) การใช้ยางทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องสัญญาณอย่าง iPhone รุ่นแรก
- HTC เปลี่ยนจาก trackball มาเป็น trackpad แต่ไม่ค่อยได้ใช้มากนัก
- แฟลชของกล้องสว่างมาก แต่คุณภาพของกล้องยังไม่ถือว่าดีมาก
- HTC Sense ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น เช่น เพิ่ม "leap view" (คล้ายกับ Expose ของ Mac OS X) ช่วยให้แสดง home screen ทั้งหมดได้ในหน้าจอเดียว
- ฟีเจอร์ FriendStream แสดงการอัพเดตจาก Facebook, Twitter, Flickr ใช้งานได้โอเค แต่ทำงานช้าไปหน่อย
- การทดสอบของ Gizmodo พบว่าแบตเตอรี่อยู่ได้นาน 36 ชม. สำหรับการใช้งานจริง
Gizmodo สรุปว่า HTC Legend เป็นมือถือ Android ที่ดีที่สุดเท่าที่ใช้มา แม้ว่า Nexus One หรือ HTC Desire จะแรงกว่า แต่แค่ Legend ก็ตอบสนองความต้องการได้ครบถ้วนแล้วในเรื่องความเร็ว
ที่มา - Gizmodo
MeeGo จะเปิดเผยซอร์สโค้ดสิ้นเดือนนี้
โครงการ MeeGo ซึ่งเกิดจากการรวมร่างของ Maemo ของโนเกีย และ Moblin ของอินเทล ประกาศว่าจะเผยแพร่ซอร์สโค้ดได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้
โค้ดรุ่นที่จะแจกออกมาเป็นครั้งแรก สามารถทำงานได้ทั้งบนบอร์ดทดสอบ Atom และ Nokia N900 นั่นแปลว่าผู้ที่สนใจ MeeGo สามารถทดสอบมันบนมือถือที่วางขายทั่วไปแล้วอย่าง N900 ได้ทันที
ที่มา - Ars Technica
Android NDK r3 รองรับ OpenGL ES แล้ว
กูเกิลเคยออก Android NDK (Native Development Kit) มาแก้ปัญหาที่โปรแกรมบางอย่างต้องทำงานแบบ native โดยเฉพาะเกม ในรุ่นอัพเดตล่าสุดคือ Android NDK r3 นั้นพัฒนาไปอีกขั้น โดยรองรับ OpenGL ES 2.0 แล้ว
OpenGL ES เป็น API สำหรับกราฟิกสามมิติ ที่ออกแบบมาใช้กับอุปกรณ์พกพาต่างๆ ซึ่งระบบกราฟิกสามมิติบน iPhone ก็ใช้ OpenGL ES 2.0 เช่นกัน นั่นแปลว่าการพัฒนาหรือพอร์ตเกมจาก iPhone มายัง Android ก็น่าจะทำได้ง่ายขึ้น นอกจากเกมแล้ว โปรแกรมอีกหลายตัวอย่างเช่น Firefox รุ่นสำหรับ Android ก็ประกาศว่าจะใช้ OpenGL ในการแสดงผลอีกด้วย
โปรแกรมที่จะเรียกใช้ OpenGL ES 2.0 ต้องพัฒนาสำหรับ Android 2.0 ขึ้นไปเท่านั้น
ที่มา - Android Developers Blog, CNET
ไมโครซอฟท์แนะนำให้ใช้ Office 2010 รุ่น 32 บิตมากกว่า 64 บิต
แม้ว่าโลกเราจะเริ่มเข้าสู่ยุค 64 บิตกันมานานแล้ว แต่การเปลี่ยนไปเป็น 64 บิตอย่างสมบูรณ์ยังต้องเดินทางไกลกันอีกมาก ในกรณีของโปรแกรมยอดนิยมอย่าง Microsoft Office 2010 ถึงแม้มีทั้งรุ่น 32 และ 64 บิต แต่ไมโครซอฟท์กลับแนะนำว่าใช้รุ่น 32 บิตจะดีกว่า
เหตุผลคือ add-in จำนวนมากของ Microsoft Office นั้นยังทำงานได้เฉพาะแบบ 32 บิตเท่านั้น แม้กระทั่งโปรแกรมของไมโครซอฟท์เองอย่าง Outlook Social Connector
ไมโครซอฟท์แนะนำว่าถ้าจะใช้รุ่น 64 บิต ควรจะมีเหตุผลว่าจำเป็นต้องทำงานกับเอกสารขนาดใหญ่ หรือต้องการใช้ Excel ให้เข้าถึงหน่วยความจำขนาดใหญ่กว่า 2GB
ที่มา - PC Pro
ประชาชนในชาติตะวันตกรับผิดชอบต่อการปล่อยคาร์บอนผ่านการนำเข้าสินค้าจำนวนมาก
ตัวเลขหนึ่งที่มักมีการเสนอกันบ่อยๆ เวลาพูดถึงเรื่องโลกร้อนขึ้นมาแต่ละครั้งคือตัวเลขการผลิตคาร์บอนขึ้นสู่อากาศของแต่ละชาติ ซึ่งในปีสองปีมานี้จีนก็แซงหน้าชาติตะวันตกทั้งหมดไปแล้ว แต่งานวิจัยชิ้นล่าสุดก็มีได้เสนอแนวทางในการวัดผลกระทบต่อปริมาณคาร์บอนในอากาศด้วยการวัดจากสินค้าที่ประชาชนในชาตินั้นบริโภคแทนที่จะวัดจากปริมาณคาร์บอนที่ปล่อย
ผลงานวิจัยนี้แสดงผลลัพธ์ที่น่าสนใจ คือคาร์บอนประมาณ 1 ใน 4 ของคาร์บอนที่ปล่อยขึ้นสู่อากาศเป็นผลจากการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกรวม 6,200 เมกกะตันต่อปี เฉพาะจีนประเทศเดียวมีส่วนแบ่งในคาร์บอนเพื่อการส่งออกนี้ถึง 1,400 เมกกะตันต่อปี ทำให้เมื่อวัดปริมาณคาร์บอนจากการบริโภค สหรัฐฯ จะกลับขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งด้วยปริมาณ 6,500 เมกกะตันส่วนจีนตกไปอยู่อันดับที่สองที่ 4,000 เมกกะตันที่เหลือเป็นญี่ปุ่นและยุโรปตะวันตกอื่นๆ
ที่น่าสนใจคือเมื่อวัดด้วยตัวเลขคาร์บอนที่บริโภคต่อประชากรแล้วประเทศอย่างลักเซมเบิร์ก, สิงคโปร์ ฮ่องกง, ออสเตรเลีย, แคนาดา ก็เข้ามาร่วมอยู่ในรายการสิบอันดับแรกกันด้วย ที่เหลือคือสหรัฐฯ และยุโรปตะวันตก ส่วนจีนนั้นไม่อยู่ในสิบอันดับแรก และประเทศยากจนเช่นในกลุ่มแอฟริกานั้นก็ยังคงอยู่ท้ายตารางเช่นเดิม
น่าสนตัวเลขเหล่านี้รวมพลังงานที่ใช้ขนส่งไปแล้วรึยัง เพราะน่าจะมีสัดส่วนสูงทีเดียว
ที่มา - ArsTechnica
Valve ประกาศ Steam ลง Mac OS X
ข่าวก่อนมีการคาดการณ์กันว่า Valve จะนำ Steam ลง Mac OS X ในวันนี้ก็ได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการออกมาแล้วครับ โดยมีข่าวดีว่าไม่จำเป็นต้องซื้อเกมใหม่แต่อย่างใด สำหรับเกมที่เข้าร่วมในบริการ Steam Play
ในการประกาศครั้งนี้รวมถึงสัมภาษณ์ของ AppleInsider ต่อหัวหน้าทีมพัฒนา Steam สามารถสรุปได้ใจความว่า
- Valve ได้เพิ่มให้ Source engine สนับสนุน OpenGL และถือให้ Mac เป็นพลเมืองชั้นหนึ่ง โดยเกมทั้งหมดจะรันเป็น native application ไม่ผ่าน compatibility layer อย่าง Cider
- เกมของ Valve หลังจากนี้ จะวางขายพร้อมกันหมดทั้งบน Windows, Xbox 360 และ Mac OS X โดยเกมแรกที่เป็นเช่นนั้นคือ Portal 2 ที่จะออกภายในสิ้นปีนี้
- เพิ่มบริการ Steam Play ให้ผู้ที่เคยซื้อเกมบน Steam สำหรับแพลทฟอร์มใดๆ สามารถเล่นเกมบนอีกแพลทฟอร์มได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (ถ้ามีเวอร์ชั่นของแพลทฟอร์มนั้นๆ และเข้าร่วมใน Steam Play)
ตัว client เวอร์ชั่น Mac OS X รวมถึงเกมของ Valve นั้นจะเปิดให้ดาวน์โหลดภายในเดือนเมษายน โดยทีมพัฒนาได้ให้เหตุผลสำหรับการซัพพอร์ตในครั้งนี้ว่า
"ในอุตสาหกรรมของเรากำลังมีการเปลี่ยนแปลงจากสื่อบันเทิงที่เป็นตัวสินค้าไปเป็นบริการ และ Mac ก็เป็นแพลทฟอร์มที่ดูน่าสนใจสำหรับบริการนั้น"
ที่มา: Steam, AppleInsider
สงคราม Android ไทย: WellcoM ลดราคา A88 9%, i-mobile เลื่อน i858, HTC ตัดราคา Tattoo
สงคราม Android ในไทยเริ่มมีแบรนด์ไทยเข้ามาสองเจ้าก็พร้อมถึงเวลาที่จะเปิดสงครามกันอย่างเต็มรูปแบบ จุดเปลี่ยนของเรื่องนี้คงอยู่ที่การเข้ามาของ WellcoM A88 ที่แอบเข้ามาเงียบๆ ในราคา 8,990 บาท พร้อมกับประกาศลดราคาถึงวันที่ 15 มีนาคนนี้อีก 9% ทำให้ราคาอยู่ที่ประมาณ 8,200 บาทเท่านั้น พร้อมกับลูกค้าต่างจังหวัดสามารถสั่งซื้อแบบส่งฟรีทั่วประเทศได้
ที่มา - WellcoM's Facebook
อีกเรื่องหนึ่งคือ i-mobile i858 โทรศัพท์จอใหญ่ที่เคยมีความหวังว่าจะเข้ามาทำตลาดได้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ก็มีข่าวออกมาแล้วว่าจะเลื่อนไปเป็นเดือนมิถุนายน สำหรับ i-mobile 3G 8500 นั้นทาง i-mobile ยังคงยืนยันว่าจะขายในเดือนมีนาคม แต่จนวันนี้ยังไม่มีการวางตลาดแต่อย่างใด
ที่มา - i-mobile 3GX Network
เรื่องสุดท้ายคือค่ายราคาแพงอย่าง HTC นั้นไม่สามารถยันราคาของตนไว้สูงได้อีกต่อไป ทำให้ต้องปรับลดราคาลงมาด้วยการประกาศโปรโมชั่นนักศึกษาสามารถรับส่วนลด 1,000 บาทสำหรับ HTC Tattoo ทำให้ราคาลดลงเหลือ 9,900 บาท
ที่มา - MXPhone
แอปเปิลปล่อยโฆษณา iPad ตัวแรกในงานประกาศผลออสการ์
ในการถ่ายทอดการประกาศผลตุ๊กตาทองของสหรัฐเมื่อเช้านี้ (ตามเวลาไทย) แอปเปิลได้ออกอากาศวิดีโอโฆษณาตัวแรกของ iPad แล้ว
วิดีโอไม่มีอะไรแปลกใหม่มากนัก แต่ย้ำเตือนว่า iPad จะออกวางขายวันที่ 3 เมษายนนี้ (ตามข่าวที่ประกาศออกมาก่อนหน้า) ตัววิดีโอดูได้หลังเบรก หรือถ้าต้องการแบบชัดๆ สามารถดูได้บนเว็บไซต์ของแอปเปิล ซึ่งเป็น QuickTime และไม่สามารถ embed ลงเว็บอื่นๆ ได้
นอกจากนี้ สตีฟ จ็อบส์ ยังปรากฎตัวในงานประกาศผลออสการ์ด้วย
ที่มา - CNET, Mac Rumors
ทีมพัฒนา IE ส่งการ์ดร่วม "งานศพ IE6"
เมื่อไม่นานมานี้ได้มีนักออกแบบเว็บกลุ่มหนึ่งได้จัด "งานศพ" ให้กับ IE6 หลังจากกูเกิลประกาศเลิกสนับสนุน IE6 ในบริการบางตัวของกูเกิล โดยจัดเป็นงานศพขึ้นจริงๆ ที่เมืองเดนเวอร์ในสหรัฐอเมริกา มีโลงศพรูปตัว e สีฟ้า และมีผู้เข้าร่วมงานจำนวนหนึ่งใส่สูทสีดำมาแสดงความเสียใจกับ "ความตาย" ของ IE6
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่งานศพครั้งนี้ ทีม IE ของไมโครซอฟท์ได้ส่งการ์ดและกระเช้าดอกไม้เข้าร่วมด้วย โดยบนการ์ดมีข้อความว่า
"Thanks for the good time, IE6. See you all @ MIX, where we'll show a little piece of IE heaven."
การส่งการ์ดเข้าร่วมระลึกการตายของ IE6 ในครั้งนี้ น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ที่ดีว่า ไมโครซอฟท์เองก็อยากให้คนเลิกใช้ IE6 เร็วๆ เหมือนกัน
Blognone Mobile สำหรับมือถือจอสัมผัส
ตามสมัยนิยมครับ เว็บอื่นมีกัน เราก็อยากมีบ้าง หลังจากทดสอบเป็นวงแคบๆ ใน Blognone Groups ได้สักระยะ ผมก็คิดว่าได้เวลาเปิดตัว Blognone Mobile อย่างเป็นทางการเสียที
ผู้ที่สนใจลองเล่น เข้าไปได้ทันทีที่ m.blognone.com
Blognone Mobile ออกแบบขึ้นมาสำหรับมือถือจอสัมผัสสมัยใหม่โดยเฉพาะ แนวคิดในการออกแบบมี 2 ประการ
- พยายามคง look & feel ของ Blognone ฉบับเต็มเอาไว้ รวมถึงความสามารถบางอย่างที่มีคนใช้ค่อนข้างเยอะ เช่น การอ่านและตอบคอมเมนต์
- ลดความซับซ้อนของหน้าเว็บลง ให้เหมาะกับหน้าจอสัมผัสมากขึ้น
แนวคิดทั้งสองมันขัดกันอยู่บ้าง ดังนั้นบางอย่างเราต้องเลือก ฟีเจอร์และข้อจำกัดของ Blognone Mobile ได้แก่
- ออกแบบมาสำหรับจอ 320px ซึ่งเป็นความกว้างของมือถือจอสัมผัสส่วนใหญ่
- ล็อกอินได้ คอมเมนต์ได้ แสดงคอมเมนต์ใหม่ที่ยังไม่ได้อ่าน เหมือนกับเวอร์ชันปกติ
- เพื่อลดความซับซ้อนของเพจ คอมเมนต์จะถูกแสดงเรียงกันเป็น flat ไม่ใช่ thread อันนี้จงใจครับ
- แสดงข่าวเฉพาะจากหน้าแรกหน้าเดียวเท่านั้น ถ้าอยากอ่านข่าวเก่าๆ ต้องใช้เวอร์ชันปกติเช่นกัน อันนี้ก็จงใจ
- แถมไอคอนสำหรับวางบน Home Screen ของ iPhone
หน้าตาเป็นไปตามภาพ (ขอบคุณคุณ @poakpong สำหรับภาพและคำแนะนำ)
Blognone Mobile รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นแรก มันยังไม่สมบูรณ์มากนัก ดังนั้นในระยะอันใกล้ เราจะยังไม่ detect user-agent เพื่อ redirect ไปยัง Blognone Mobile ครับ ให้ผู้ใช้เป็นคนเลือกเองไปก่อนว่าจะเข้าอันที่เหมาะกับหน้าจอของตัวเองมากที่สุด
ในโอกาสเดียวกันนี้ ผมมีคำถาม 3 ข้อ ที่อยากให้ผู้ใช้ Blognone Mobile ช่วยตอบ
- ฝากทดสอบบนมือถือและเบราว์เซอร์ที่ท่านใช้ การทดสอบเว็บไซต์บนมือถือเป็นเรื่องไม่ง่ายเลยเพราะเดี๋ยวนี้แพลตฟอร์มมันหลากหลายมาก ตอนนี้ที่ทดสอบไปแล้วคือ Android, iPhone (ขอบคุณ @poakpong), IE/Windows Mobile 6.1 (ขอบคุณ @ipats) และ BlackBerry (ขอบคุณ @fordantitrust) ยังต้องการตัวอื่นๆ อีกมาก โดยเฉพาะสายตระกูล Symbian/Maemo ไม่ว่าจะเจอบั๊กหรือแสดงผลได้สมบูรณ์ ช่วยตอบให้เห็นหน่อยในคอมเมนต์ โดยระบุระบบปฏิบัติการ-เบราว์เซอร์ที่ใช้ ถ้ามีภาพประกอบด้วยจะดีมาก
- ฟีเจอร์อย่าง Forum หรือ Poll ควรมีไว้ใน Blognone Mobile หรือไม่?
- ตอนนี้แนวทางการวางเนื้อหาในหน้าเว็บ แยกเป็น 2 ทาง คือ แสดงเฉพาะ headline แล้วให้ไปกดต่อกันเองถ้าอยากอ่านข่าวเต็ม กับแสดงข่าว+คำโปรย เหมือนกับเวอร์ชันปกติ แต่ละแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ปัจจุบันเพื่อความง่ายในการพัฒนา เราใช้แบบที่สอง ซึ่งก็มีผลเสียทำให้หน้าเว็บยาวพอสมควร คำถามคือสะดวกที่จะใช้แบบไหนมากกว่ากัน
สุดท้ายเผื่อหลายคนอาจยังไม่รู้ Blognone ยังมี PDA version ที่สนับสนุนโดย scriptdd ให้เลือกใช้ด้วยเช่นกันครับ
ไมโครซอฟท์เตรียมปล่อยชุดพัฒนาสำหรับวินโดวส์โฟน 7, โชว์เกมสร้างหนเดียวเล่นบนพีซี วินโดวส์โฟน 7 และ Xbox
ขอรวบข่าวที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นข่าวเดียวเลยแล้วกันครับ
ข่าวแรก ไมโครซอฟท์เตรียมเปิดตัว Windows Phone Development Tools ชุดพัฒนาแอพพลิเคชั่น, เกมบนวินโดวส์โฟน 7 ภายในแนวคิด Windows Phone Developer Experience ในงาน MIX10 ที่กำลังจะมาถึง สำหรับใครที่เข้าร่วมงานจะได้รับชุดพัฒนาดังกล่าวด้วย
และในงาน TechEd Middle East ไมโครซอฟท์ก็ได้โชว์เกม Indiana Jones ที่พัฒนาขึ้นมาแล้วสามารถเล่นได้ทั้งบนพีซี วินโดวส์โฟน 7 และ Xbox โดยใช้โค้ดร่วมกันเกือบทั้งหมด จะเป็นอย่างไรดูภาพและวีดีโอได้ท้ายข่าว (ในคลิปดังนี้ไมโครซอฟท์ยังเปิดเผยด้วยว่าเครื่องต้นแบบวินโดวส์โฟน 7 ที่เปิดตัวไปมี accelerometer ด้วย)
อัพเดท พอดีผมพิมพ์ตกหล่นไป... นอกจากสร้างหนเดียวเล่นได้หลายแพลตฟอร์มแล้ว ยังสามารถเก็บเซสซันบนแพลตฟอร์มหนึ่งแล้วไปเล่นเกมต่อจากจุดดังกล่าวบนแพลตฟอร์มอื่นได้ด้วย!
ทดสอบความเร็วเว็บเบราว์เซอร์ พิสูจน์ "Opera เร็วที่สุดในโลก" จริงหรือไม่
เว็บไซต์ Tom's Hardware ได้ทดสอบความเร็วของเว็บเบราว์เซอร์ทั้ง 5 ยี่ห้อ หลังจาก Opera ออกรุ่น 10.5 ที่โฆษณาว่า "เร็วที่สุดในโลก" เพื่อทดสอบว่าคำอ้างนี้เป็นจริง หรือเป็นเพียงคำโฆษณาเกินจริง
การทดสอบแบ่งเป็นหลายส่วน ทั้งหมดทดสอบบนวินโดวส์ ผมคัดมาเฉพาะสรุปผลผู้ชนะในแต่ละส่วนนะครับ
* Startup time - Chrome ทำดีกว่าถ้าเปิดแท็บเดียว แต่ถ้าเปิดหลายๆ แท็บพร้อมกันในตอนแรก Opera ชนะ
* การใช้แรม - Safari ทำดีถ้าเปิดแท็บเดียว แต่ถ้ามากแท็บเข้า Firefox ชนะเลิศ
* ความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ - ผลัดกันแพ้ชนะ แต่ Tom's Hardware ให้ Firefox ชนะในภาพรวม
* เบนช์มาร์คสำหรับ HTML/CSS - Safari ชนะ ส่วน Chrome ตามมาติดๆ และ Opera เป็นอันดับสาม
* เบนช์มาร์คสำหรับ JavaScript - Chrome ยังเป็นผู้นำ แต่เอนจิน Carakan ตัวใหม่ก็ช่วยให้ Opera ตามมาติดๆ แย่งกันเป็นที่สองกับ Safari
* เบนช์มาร์คอื่นๆ และ DOM - Opera ชนะในการทดสอบ Futuremark แต่สำหรับการทดสอบ DOM ผู้ชนะคือ Chrome/Safari
* Opera ชนะในการทดสอบเบนช์มาร์ค Flash/Java ส่วน Silverlight ผู้ชนะคือ Firefox/IE
ผลสรุปของ Tom's Hardware ยกให้ Chrome เป็นเบราว์เซอร์ที่เร็วที่สุด ส่วน Opera ทำได้แค่อันดับสอง ตามมาด้วย Safari, Firefox และ IE ตามลำดับ
ดูกราฟประกอบผลการทดสอบได้จากลิงก์ที่มาครับ
ที่มา - Tom's Hardware
กูเกิลซื้อกิจการ DocVerse ปลั๊กอินสำหรับเชื่อมต่อ Microsoft Office
แม้ว่า Google Docs จะช่วยให้เราสร้างและแชร์เอกสารผ่านอินเทอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเทียบกับ Microsoft Office ต้นตำรับก็ยังด้อยกว่าในแง่ฟีเจอร์ แถมผู้ใช้ยังคุ้นชินกับการใช้ Microsoft Office บนเดสก์ท็อปอยู่มาก
ทางออกของกูเกิลไม่ใช่การพัฒนาชุดโปรแกรมสำนักงานขึ้นมาแข่ง แต่เป็นการใช้ Microsoft Office มันซะเลย วิธีการคือเข้าซื้อกิจการบริษัท DocVerse ซึ่งเป็นปลั๊กอินสำหรับ Microsoft Office ใช้แชร์เอกสารผ่านอินเทอร์เน็ต
DocVerse ก่อตั้งโดยอดีตพนักงานของไมโครซอฟท์ที่ทำ SharePoint และ MS SQL Server การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้จะช่วยให้กูเกิลต่อสู้กับ Office Web Applications ได้สูสีมากขึ้น ต่อไปเวลาใช้ Microsoft Office 2010 เราก็มีตัวเลือกว่าจะต่อกับ Office Web Applications ของไมโครซอฟท์เอง หรือจะเป็น Google Docs ผ่าน DocVerse
ที่มา - Google, TechCrunch, paidContent
เกมส์ Exclusive สำหรับ iPad เกมส์แรก ออกแล้ว!
Zen Bound 2 ภาคต่อของเกมชื่อเดียวกันสุดฮิตใน iPhone และ iPod ประกาศเป็น Exclusive สำหรับ iPad แล้ว
ทีมค่ายพัฒนา Secret Exit ได้ประกาศออกมาวันนี้ โดยในคำประกาศนั้นบอกเจตนารมณ์ของทางทีมพัฒนาว่าเหตุผลที่จะต้องเอาไปลง เครื่อง iPad เท่านั้นมันมีมากกว่าการที่ iPad เจ๋งกว่า iPhone ในเรื่อง ฮาร์ดแวร์
จอที่มีขนาดใหญ่กว่า iPhone มากของ iPad ทำให้ทีมงานมีโอกาสใส่รายละเอียดเท็กซ์เจอร์ลงไปได้มากยิ่งขึ้น นั่นจะทำให้คุณได้มีโอกาสเห็นเกลียวเชือกที่ถูกออกแบบมาได้อย่างสวยงามในทุก ครั้งที่คุณหมุนมันไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่าเกมมีการปรับปรุงงานด้านกราฟิกให้ดีขึ้นยกชุด ซึ่งจะให้แสงและเงาที่สมจริงขึ้นด้วย
เมื่อพูดกันถึงเรื่องของการเล่น Zen Bound 2 ยังคงเจริญรอยตามต้นตำหรับขึ้นมาและมีการเพิ่ม Object และด่านใหม่ๆ ให้มีความหลากหลายและสนุกมากยิ่งขึ้น
“นี่จะเป็นทั้งภาคต่อและภาคพัฒนาจากต้นฉบับ” Secret Exit แถลง ด่านใหม่ๆ จะกลับมาพร้อมกับด่านเก่าๆ ในภาคแรกที่ได้ทำการพัฒนากราฟิกให้สูงขึ้นอย่างน่าตื่นตะลึง
คาดว่าตัวเกมจะถูกปล่อยออกมาให้ดาวน์โหลดภายในเดือนเมษายนหลังจากการเปิด ตัว iPad แต่ราคาและวันเปิดตัวที่แน่นอนนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน
ที่มา - AppDiscuss.com

Kalanyuz